ไตระยะ 3 หรือโรคไตเรื้อรังระยะ 3 เป็นช่วงที่การทำงานของไตลดลงระดับปานกลาง คนจำนวนมากจึงเริ่มกังวลว่า “ต้องกินอะไร” และ “ห้ามกินอะไร” คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดคือ ยังไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคนครับ อาหารควรปรับตามผลเลือด ค่า eGFR ปริมาณโปรตีนในปัสสาวะ โรคประจำตัว ยาที่กินอยู่ และคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
บทความนี้ไม่ได้ให้แผนการดูแลเฉพาะบุคคล และไม่ได้บอกให้หยุดยาเอง แต่จะช่วยให้ผู้สูงอายุและลูกหลาน เตรียมคำถามเรื่องอาหารไปคุยกับคุณหมอได้ง่ายขึ้น เหมือนเตรียมรายการของก่อนไปตลาด พอรู้ว่าควรถามอะไร การดูแลมื้ออาหารที่บ้านก็จะไม่เดาสุ่มจนเกินไป

จำสั้น ๆ ก่อนอ่านต่อ
ไตระยะ 3 ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องกินเหมือนกันหมด จุดสำคัญคือถามเรื่องโปรตีน ความเค็ม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส น้ำ และยาที่ใช้อยู่จากผู้ดูแลรักษาโดยตรง
ไตระยะ 3 คืออะไร แบบเข้าใจง่าย
โดยทั่วไป โรคไตเรื้อรังระยะ 3 มักหมายถึงค่า eGFR อยู่ประมาณ 30-59 มิลลิลิตรต่อนาทีต่อ 1.73 ตารางเมตร บางครั้งจะแบ่งเป็นระยะ 3a และ 3b เพื่อให้เห็นระดับความเปลี่ยนแปลงละเอียดขึ้น ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลทางการแพทย์ จึงควรให้แพทย์อธิบายร่วมกับผลตรวจอื่น ๆ ไม่ควรดูค่าเดียวแล้วสรุปเองทั้งหมด
ลองนึกภาพไตเหมือนตะแกรงกรองน้ำในบ้าน ตะแกรงยังทำงานอยู่ แต่ทำงานไม่เต็มเหมือนเดิม ถ้าเราเทของหนัก เค็มจัด หรือปริมาณมากเกินไปโดยไม่ดูสภาพตะแกรง ตะแกรงก็ทำงานลำบากขึ้น แต่ในทางกลับกัน ถ้ากลัวจนกินน้อยเกินไป ร่างกายก็อาจขาดแรงได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคำว่า “พอดี” จึงต้องดูเป็นรายคน
1. โปรตีน: ไม่ใช่แค่ลด แต่ต้องถามว่า “พอไหม”
เรื่องโปรตีนเป็นคำถามใหญ่ของไตระยะ 3 หลายบ้านได้ยินว่าคนเป็นโรคไตต้องลดโปรตีน แต่ถ้าลดเองมากเกินไป โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ อาจทำให้กินได้น้อย น้ำหนักลด หรือกล้ามเนื้อลดได้ จุดที่ควรถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหารคือ วันนี้ร่างกายต้องการโปรตีนเท่าไร และโปรตีนแบบไหนเหมาะกับผลเลือดของเรา
ถ้าต้องการอ่านพื้นฐานแบบไม่ผูกกับโรคโดยตรง สามารถดูบทความ โปรตีนแต่ละแบบต่างกันอย่างไร เพื่อเข้าใจภาพรวมของไข่ขาว ปลา เต้าหู้ และนมก่อนคุยกับผู้เชี่ยวชาญได้ครับ
2. ความเค็ม: ดูทั้งเกลือ น้ำปลา ซอส และอาหารสำเร็จรูป
ความเค็มไม่ได้อยู่แค่ในกระปุกเกลือครับ น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส ผงปรุงรส อาหารแช่แข็ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และของหมักดองก็อาจมีโซเดียมสูงได้ สำหรับคนไตระยะ 3 ที่มีความดันสูงหรือบวมง่าย เรื่องนี้ยิ่งควรถามให้ชัด
วิธีคุยกับหมอให้เข้าใจง่ายคืออย่าถามแค่ว่า “ห้ามเค็มไหม” แต่ถามว่า “บ้านเราควรตั้งเป้าลดเค็มระดับไหน” และ “เมนูประจำบ้านเมนูไหนควรปรับก่อน” เพราะบางบ้านเริ่มจากลดน้ำปลาในแกง บางบ้านเริ่มจากเลิกซดน้ำซุป บางบ้านเริ่มจากดูฉลากอาหารสำเร็จรูป
3. โพแทสเซียมและฟอสฟอรัส: อย่าเดาจากชื่ออาหารอย่างเดียว
โพแทสเซียมและฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุที่คนเป็นโรคไตมักได้ยินบ่อย แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องงดเหมือนกันทั้งหมด บางคนผลเลือดยังอยู่ในช่วงที่แพทย์รับได้ บางคนต้องระวังมากขึ้นเพราะผลเลือดสูง ยาที่ใช้ หรือโรคร่วมบางอย่าง
ดังนั้นอย่าเพิ่งตัดผลไม้ ผัก นม ถั่ว หรืออาหารหลายอย่างออกเองทั้งหมดเพียงเพราะอ่านจากอินเทอร์เน็ต ให้ถามจากผลเลือดจริงว่า ตอนนี้ต้องระวังตัวไหนเป็นพิเศษ และระวังมากน้อยแค่ไหน

4. น้ำและยา: อย่าปรับเองเพราะเห็นคำแนะนำทั่วไป
บางคนคิดว่าโรคไตต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ เสมอ บางคนกลับกลัวจนดื่มน้ำน้อยเกินไป ความจริงเรื่องน้ำต้องดูหลายอย่างร่วมกัน เช่น มีอาการบวมหรือไม่ ปัสสาวะเป็นอย่างไร หัวใจเป็นอย่างไร ความดันเป็นอย่างไร และแพทย์มีคำสั่งจำกัดน้ำหรือไม่
ยาก็สำคัญเช่นกัน ยาลดความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาเบาหวาน ยาแก้ปวดบางชนิด สมุนไพร และอาหารเสริมบางอย่าง อาจมีผลต่อการดูแลโรคไตหรือผลเลือดได้ ถ้ามีผลิตภัณฑ์ใดที่กินเป็นประจำ ควรพกฉลากหรือรูปฉลากไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู ไม่ควรตัดสินใจจากคำรีวิวอย่างเดียว
ตารางเตรียมคุยกับหมอ สำหรับคนไตระยะ 3
| เรื่องที่ถาม | ถามอย่างไรให้ชัด | สิ่งที่ควรเตรียมไป |
|---|---|---|
| โปรตีน | ควรกินโปรตีนต่อวันประมาณเท่าไร และแบ่งในแต่ละมื้ออย่างไร | น้ำหนักตัว ผลเลือด เมนูที่กินบ่อย |
| ความเค็ม | ควรลดเค็มระดับไหน เมนูไหนในบ้านควรเริ่มปรับก่อน | รายการเครื่องปรุง อาหารสำเร็จรูปที่กินบ่อย |
| โพแทสเซียม/ฟอสฟอรัส | ผลเลือดตอนนี้ต้องระวังตัวไหนเป็นพิเศษไหม | ผลเลือดล่าสุดและรายการอาหารที่กังวล |
| น้ำและยา | ต้องจำกัดน้ำไหม ยาหรืออาหารเสริมที่กินอยู่มีอะไรต้องระวังไหม | รายการยา ฉลากสมุนไพรหรืออาหารเสริม |
สิ่งที่ไม่ควรทำเองเมื่อรู้ว่าเป็นไตระยะ 3
- ไม่ควรงดโปรตีนเองแบบสุดโต่ง เพราะผู้สูงอายุอาจเสี่ยงกินไม่พอและกล้ามเนื้อลด
- ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ใดเพราะคำโฆษณาที่ดูเจาะจงโรค โดยไม่ถามแพทย์หรือเภสัชกร
- ไม่ควรเชื่อคำรีวิวแรง ๆ ว่าช่วยให้ผลตรวจดีขึ้นเร็ว
- ไม่ควรหยุดยา หรือเพิ่มสมุนไพรเองโดยไม่แจ้งผู้ดูแลรักษา
- ไม่ควรใช้เมนูของคนอื่นเป็นคำตอบของตัวเอง เพราะผลเลือดและยาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ถ้าลูกหลานเป็นคนดูแล ควรเริ่มจากตรงไหน
ถ้าเป็นลูกหลานที่กำลังหาข้อมูลให้พ่อแม่ อย่าเริ่มจากการเปลี่ยนทั้งบ้านในวันเดียวครับ ให้เริ่มจากจดเมนูที่ท่านกินจริง 3-5 วัน จดเครื่องปรุงที่ใช้บ่อย ถ่ายรูปฉลากอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่ท่านกิน แล้วนำข้อมูลเหล่านี้ไปถามผู้ดูแลรักษา วิธีนี้มักได้คำตอบที่ตรงกว่าการถามกว้าง ๆ ว่า “กินอะไรได้บ้าง”
ถ้าบ้านมีการซื้ออาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ผู้สูงอายุ อ่านบทความ วิธีอ่านฉลากอาหารเสริมก่อนซื้อให้ผู้สูงอายุในบ้าน เป็นพื้นฐานได้ แต่สำหรับคนที่มีโรคไต คำตอบสุดท้ายควรให้แพทย์หรือเภสัชกรช่วยดูฉลากจริงก่อนเสมอ
สรุป: ไตระยะ 3 ควรกินแบบมีข้อมูล ไม่ใช่กินแบบกลัว
โรคไตระยะ 3 เป็นช่วงที่ควรจริงจังกับอาหาร แต่ไม่ควรกลัวจนตัดอาหารเองแบบไม่รู้ทิศทาง ให้ใช้ผลเลือด รายการยา และเมนูจริงในบ้านเป็นตัวตั้ง แล้วถามผู้ดูแลรักษาเรื่องโปรตีน ความเค็ม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส น้ำ และผลิตภัณฑ์ที่กินอยู่ เมื่อคำถามชัด การปรับอาหารที่บ้านจะค่อย ๆ เป็นระบบและปลอดภัยขึ้นครับ
คำถามที่พบบ่อย
ไตระยะ 3 ต้องงดโปรตีนไหม
ไม่ควรงดเองครับ ควรถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหารว่าปริมาณที่เหมาะกับน้ำหนักตัว ผลเลือด และภาวะสุขภาพของเราคือเท่าไร
คนไตระยะ 3 กินผลไม้ได้ไหม
บางคนกินได้บางชนิดและบางปริมาณ แต่บางคนต้องระวังโพแทสเซียมมากขึ้น ควรดูจากผลเลือดและคำแนะนำของผู้ดูแลรักษา
อาหารเสริมหรือสมุนไพรช่วยโรคไตได้ไหม
ไม่ควรสรุปจากรีวิวว่าอาหารเสริมหรือสมุนไพรทำให้โรคไตดีขึ้นได้ครับ หากมีโรคไตหรือใช้ยาประจำ ควรนำฉลากไปถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
ต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อช่วยไตไหม
ไม่ใช่ทุกคนครับ ปริมาณน้ำควรดูตามอาการบวม ปัสสาวะ โรคหัวใจ ความดัน ยาที่ใช้ และคำแนะนำจากแพทย์
แหล่งข้อมูลประกอบ
- สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย: แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
- NIDDK: Eating Right for Chronic Kidney Disease
- National Kidney Foundation: Stage 3a Chronic Kidney Disease
เขียนโดย หลานเมย์ คนดูแลพ่อแม่
บทความนี้เป็นข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาโรค ผู้ที่มีโรคไต โรคประจำตัว หรือใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับอาหารหรือใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ






